แห่ะ ๆ หายหน้าหายตากานไปนานเลยสินะ
ก็แหมไม่ค่อยจะว่างเลยซักเท่าไรนิคะ
ก็แบบว่าตั้งแต่ไปเที่ยวคราวที่แล้วมาเมย์ก็ต้องไป
ทำธุระ ไปดูโรงเรียนที่จะเรียนต่อน่ะค่ะ
อืมและก็ขอแบ่งบุญให้กับทุกๆคนนะคะ ถึงแม้ว่าเมย์
จะ ไม่มีรูปมาลงให้ดูกัน ก็เพราะว่าไม่นานมานี้ เมย์ได้ล
ไปปฏิบัติธรรม ถือศีล 8 สวดมนต์ ใส่บาตร แล้วก็ฟังเทศน์
มา ได้ทั้งบุญ ได้ทั้งความรู้ แล้วก็สติ ปัญญาด้วย
ยังไงถ้าคราวหน้าได้ไปอีกเมื่อไรก็จะ เก็บรูปมาฝากนะคะ
แค่นี้คงจะไม่พอที่จะทำให้เราหายหน้าหายตา
ไปแรมอาทิตย์ได้ แห่ะ ๆ เหนื่อยจะแย่ ก็จะไม่ให้เหนื่อย
ได้ไงล่ะคะ กลับมาไมทันได้หายใจหายคอก็ต้อง
ไปเดินป่าต่อซะและ โห่ๆๆๆ เหนื่อย มั่กส์ๆๆๆๆ
การเดินป่าครั้งนี้ไม่เพียงแค่เรียกได้ว่าเดินป่า เพราะ
เราได้เดินบนถนนด้วย แต่! อย่าคิดนะคะ พี่น้อง
ว่าเดินถนนแล้วจะ สบาย เพราะ ว่า เมื่อได้ขึ้นชื่อว่าถนน
ย่อมมีทางลาดชัน และไร้ซึ่งร่มไม้ไว้บังแดด
เราไปกันหลายคนเหมือนกันค่ะ โดยก่อนที่จะไปเนี่ย
เราก็มีการได้เตรียมตัวกันไว้ก่อนแล้วโดยการเรียนรู้
วิธีการช่วยเหลือเพื่อนหากมี มีอบัติเหตุ หรือไม่ว่าจะเป็น
การปฐมพยาบาล เราก็เรียนกันมาหมด โดยที่ระหว่างการเดิน
ทางเราได้แบ่งกันเป็นกลุ่มๆ คนที่ไปก็มีราวๆ ประมาณ เกือบ 20
คนล่ะมั้งคะ ถ้ารวมครูด้วยอ่ะนะคะก็คงจะถึง โดยที่มีกลุ่มเรา
เป็นผู้หญิงอยู่กลุ่มเดียวนี่ล่ะค่ะ มีกันห้าคน โดยที่พวกเรา
จะต้องแบกทั้ง กระเป๋าให้ใบอย่างควายที่บรรจุนำอาหาร
แล้วก็เต้นท์เพื่อที่จะตั้ง camp
เพราะว่าพวกเราจะต้องนอนค่ายกันที่เขาไม้แก้วกันหนึ่งคืน
ถ้าใครเคยมาเที่ยวตรงบริเวณนี้ก็คงจะรู้ว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่
ป่าก็จะเป็นพื้นที่ๆเอาไว้ปลูก สัปปะรด กับ มันสัมปหลัง
แรกเริ่มครูเค้าก็จะปล่อยให้กลุ่มพวกเราเดินก่อน คงเห็นว่าเป็นกลุ่ม
หญิงล่ะมั้ง เพราะพวกเราจะต้องแยกกันเดิน
ไงคะโดยที่พวกเราจะต้องใช้เข็มทิศแล้วก็คำนวน
ระยะทางกันเอาเอง จากแผนที่ตอนนี้ไม่มีอะไรนอกจากคำ
ว่าเหนื่อยให้ได้พูด ในช่วงขณะที่เดินอยู่พวกเราหยุดพักกันหลาย
ครั้งเหมือนกัน แต่เชื่อมั้ยคะว่าภายใต้คำว่าเหนื่อยนั้นน่ะเราก็มีคำว่าสนุก
แล้วก็ภูมิใจเหมือนกันนะคะ มีตั้งหลายจุดแน่ะ ที่เมย์ได้มี
โอกาศเห็น view สวยๆ ที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน แล้วยิ่งกว่านั้น
พืชพันธ์สัตว์ป่ามากมาย ที่เราได้เห็น ถึงแม้ว่าอาจจะเป็นแค่
ผีเสื้อหรือว่าดอกเห็ด ที่เล็ก ๆ แต่ก็มีสีสันที่สดใส
และรูปทรงที่แปลกประหลาดแบบที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อนเลย
นี่คงจะเองล่ะมั้งที่บ่งบอกถึงความเป็นธรรมชาติในตัวของมัน
หลายครั้งที่เรารู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว เดินต่อไม่ไหวแล้วนะ เหนื่อย
แทบใจขาด แล้วนะ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เราก็ต้องเดินๆๆๆ ๆ
ต่อไปเรื่อยๆ อย่าหยุด จนเมื่อเราทำเป้าหมายของเรา
สำเร็จเราถึงได้รู้ว่า การที่เราทนและผ่านพ้นมันมาได้
มันก็ทำให้เรา รู้สึก ว่าเรามีความอดทน เราสามารถ
เอาชนะตนเองเอาชนะระยะทาง เอาชนะความเหน็ดเหนื่อย
และเอาชนะการยอมแพ้ ได้ ความรู้สึกแบบนี้มันไม่ได้มากัน
ได้ง่ายๆนะคะ หากแต่เราจะต้องอดทนแล้วก็พยายามให้ถึงที่สุด
ยิ่งระยะทางมันยาวและยากขึ้นมากเท่าไร ความภูมิใจในความ
สำเร็จมันก็มากขึ้นเท่านั้น
แต่ก็อย่าว่าล่ะค่ะ ก็แค่วันแรกเราก็ต้องเดินกันตั้ง
13-14 กิโลเมตรฟังดูน้อนใช่ป่ะล่ะคะ
แต่ลองคุณต้องเดินกลางแดดผ่านป่าเขาขึ้นลงขึ้งลง
แดดก็ร้อนยของก็หนักก็จะรู้เองแล่ะค่ะ แต่ยังไง
เมื่อเราผ่านมันมาได้ ก็ทำให้เรารู้สึกดีถึงดีมากๆ ไม่ใช่น้อยเลยล่ะค่ะ
เพราะฉนั้นถ้าหากใครได้มีโอกาศที่จะได้ไปเดินป่า
ก็อย่ากลัวนะคะว่าจะต้องเหนื่อยและลำบาก
(เพราะว่ายังไงๆ ก็ต้องลำบากอยู่แล้ว) -_- !!
แต่ยังไงคุณก็จะหายเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะค่ะ
ที่สำคัญไปพักสายตาละทิ้งหน้าจอคอมพ์
หันมาสนใจ ท้องทุ้งเขียวขจีสัก สอง สามวันก็คง
ไม่เป็นไรหรอกจริงมั้ยคะ ^-^!!

หุๆ ภาพนี้ข้าน้อยนำหน้า

ฮันจินรั้งท้ายเชียนะ

อ้าขาฮาจิงๆ !! -_-

wat de f u c k kkkkkkk 55555+

555ห้าคน ทำไมเรายืนเป้นเป็ดเลยเนี่ย -_-

สู้โว้ยยยยยยยยยยยยยย
edit @ 2007/07/03 10:18:06